สรุปการเรียนรู้
นักทฤษฎีต่างๆที่สำคัญกับการเรียนการสอนปฐมวัย
1.การเรียนรู้แบบ วอลดอร์ฟ
หลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
แนวคิดแบบวอลดอร์ฟนั้น ให้ความสำคัญกับพัฒนาการของมนุษย์ โดยเน้นตั้งแต่ 0 – 21 ปี โดยสามารถแบ่งขั้นพัฒนาการได้ 3 ขั้น ขั้นละ 7 ปี ดังนี้
แรกเกิด – 7 ปี : เรียนรู้ด้วยการกระทำ ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กมุ่งมั่นตั้งใจ
กับการกระทำความดี และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้ดี
7 – 14 ปี : เรียนรู้จากความประทับใจ ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กรู้สึกถึงความงาม และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้งดงาม
14 – 21 ปี : เรียนรู้จากการคิด ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กคิด จนเกิดปัญญา
เห็นสัจธรรม และความจริงในโลก และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้เป็นจริง
การสอนแบบวอลดอร์ฟจะช่วยให้เด็กใช้ความคิด เข้าใจความรู้สึก และลงมือทำอย่าง
สร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความเจริญงอกงามของความรู้พร้อมสุขภาวะที่ดี
การเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ ในปฐมวัย
เด็กในช่วง 0 – 7 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางร่างกายอย่างรวดเร็ว เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่ควรได้รับการเรียนรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสม ซึ่งวิธีที่เด็กสามารถทำเพื่อจะเรียนรู้โลกได้ คือ การทำตามแบบ ซึ่งวิธีนี้เป็นธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก และในการจัดการเรียนการสอนจะมีครูคอยดูแล และอำนวยความสะดวก เน้นการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนที่เป็นธรรมชาติทั้งในกลางแจ้ง และในห้องเรียน ครู และผู้เรียนจะเรียนรู้ร่วมกันตามความสนใจของเด็ก ซึ่งการเรียนการสอน
แนววอลดอร์ฟเน้นไปที่การเรียนรู้แบบธรรมชาติ จะไม่มีห้องเรียน ไม่มีกระดานดำ แต่จะมีมุมต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ได้เป็นอิสระที่จะคิดและสร้างสรรค์ วิธีการจัดการเรียนการสอนจะเป็นการ
จัดกระทำทั้งระบบตั้งแต่บรรยากาศของโรงเรียน สิ่งแวดล้อม และห้องเรียนต้องเป็นไปตามวิถีธรรมชาติ รวมถึงการจัดการเรียนการสอนของครู ในขั้นตอนการสอนของครูจะมีลักษณะเฉพาะต่างจากการเรียนการสอนแบบอื่น ๆ ตรงที่การกระตุ้นการเรียนรู้เริ่มจากการแสดงแบบให้เด็กเห็นตามบรรยากาศที่จูงใจ และครูผู้ต้องใส่ใจในรายละเอียด เพราะกิจกรรมแต่ละอย่าง เด็กอาจมีวิธีการของเขาเอง ครูไม่สามารถปิดกั้นว่าเด็กต้องทำตาม เพื่อให้เด็กรู้จักคิดเอง วิเคราะห์เอง พลิกแพลง ยืดหยุ่นเข้ากับสถานการณ์ทั้งในเชิงความคิดและวิธีการมองปัญหา
2. การเรียนรู้แบบมอเตสซอรี่
คือ รูปแบบการสอนที่เป็นการนำความรู้ไปให้เด็ก โดยไม่ใช่ด้วยวิธีการบอกให้อ่านหรือท่องจำ แต่เป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโตไปตามธรรมชาติที่เขาเป็น ให้เด็กได้เรียนรู้อย่างอิสระ และเลือกกิจกรรมที่เขาสนใจเองได้ ผ่านสิ่งแวดล้อมที่ครูจัดให้อย่างมีเป้าหมาย ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และมือ ไม่เน้นการท่องจำ แต่จะมีครูที่คอยให้คำแนะนำและสาธิตการใช้อุปกรณ์การเรียนในครั้งแรก จนเด็กเกิดความเข้าใจและคุ้นชิน จากนั้นเด็กก็จะเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น เข้าใจมากขึ้น และสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. การเรียนรู้แบบ Project Approach
Project Approach เป็นกระบวนการสืบค้นเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยมีนักเรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติและมีครูผู้สอนคอยแนะนำ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า นักเรียนย่อมเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อพวกเขารู้สึกสนใจและมีส่วนร่วมในหัวข้อที่พวกเขากำลังเรียนอยู่
นักเรียนในห้องจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันโดยการเลือกหัวข้อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตั้งคำถาม หรือหาวิธีแก้ปัญหาที่อาจต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน การมีส่วนร่วมนี้จะช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะะการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล ทักษะการติดต่อสื่อสาร และทักษะทางสังคม
No comments:
Post a Comment